ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล admin October 21, 2023
ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของ บริษัท โทรดิ จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105566157725 สำนักงานตั้งอยู่ที่ 50/235 ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (“บริษัท”) ฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ข้อตกลง” บังคับใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

โดยที่
  1. บริษัทตกลงให้บริการแก่ ผู้ใช้บริการโดยสอดคล้องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน และบริการอื่นที่บริษัทอาจจัดให้แก่ผู้ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้งานฟังก์ชั่นการประมวลผลวิเคราะห์เบอร์โทรศัพท์ตามที่ได้รับการระบุหรือนำเข้าระบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจากผู้ใช้งาน ตลอดจนการได้รับผลประโยชน์จากการแนะนำผู้ใช้งานอื่นเข้ามาใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน (“บริการ”)
  2. ในการให้บริการ บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ผู้ใช้บริการจะอยู่ในฐานะที่เป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และบริษัทเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ตามนิยามและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  3. เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงได้จัดทำสัญญาฉบับนี้ขึ้น 
ข้อ 2 การเปิดเผยส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงเปิดเผย และส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่บริษัท และบริษัทตกลงรับเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เพื่อจุดประสงค์เฉพาะในการให้บริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิง ภายใต้สัญญาฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

ข้อ 3 การรับประกันและยืนยันโดยผู้ใช้บริการ

3.1. ภายใต้เงื่อนไขสัญญาฉบับนี้ ผู้ใช้บริการในฐานะ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรับประกันและยืนยันว่า ผู้ใช้บริการได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ บริษัทเพื่อประมวลผลในการให้บริการ ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชัดเจนและเพียงพอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เกี่ยวกับการส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผู้ใช้บริการจะได้เปิดเผยและส่งต่อให้แก่ บริษัทภายใต้สัญญาฉบับนี้ และ/หรือการได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลสำหรับการดำเนินการดังกล่าว

เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ภายใต้สัญญาฉบับนี้ “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎระเบียบ หรือคำสั่งที่มีผลบังคับใช้กับการคุ้มครองข้อมูลหรือความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

3.2. กรณีผู้ใช้บริการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องแก่บริษัท บริษัทจะถือว่า ผู้ใช้บริการรับรองและรับประกันว่า ผู้ใช้บริการมีสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในการเก็บ รวบรวม ประมวลผล ใช้และส่งต่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทประมวลผล ในฐานะ “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” และผู้ใช้บริการรับประกันว่า ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อรับประกันการเปิดเผยส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้อง ให้แก่บริษัท ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้แล้ว

3.3. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้บริการรับทราบ และตกลงว่า (ก) บริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับความเสียหายและการร้องเรียนใด ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และภายใต้กฎหมายอื่น สำหรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจาก กรณีที่บริษัทไม่สามารถให้บริการ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ อันเนื่องมาจากเหตุที่เป็นความผิดหรือความบกพร่องของผู้ใช้บริการ และ 

(ข) ผู้ใช้บริการตกลงรับประกันชดเชยความเสียหายไม่ว่าลักษณะใดที่เกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าวให้แก่บริษัท อันเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องโดยตรงจากความบกพร่องของผู้ใช้บริการดังกล่าว ภายใต้เงื่อนไขที่ การชดเชยความเสียหายดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิทธิอื่นที่บริษัทอาจมี ภายใต้กฎหมาย หรือภายใต้สัญญาฉบับนี้

ข้อ 4 หน้าที่ของบริษัท

บริษัทในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กระทำการเพื่อและแทนผู้ใช้บริการ ตกลงดำเนินการ ดังนี้ 

(ก) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ขอบเขตเท่าที่จำเป็นเพื่อการให้บริการ หรือการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ หรือตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ใช้บริการเท่านั้น 

(ข) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่อาจได้รับ หรือเก็บรวบรวม จากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ผู้ใช้บริการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าของข้อมูลเข้าดำเนินการตรวจสอบได้ 

(ค) เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะ “เท่าที่จำเป็น” และเพื่อจุดประสงค์เฉพาะคือการให้บริการ รวมถึงรับประกันว่า ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัทจะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาฉบับนี้ 

(ง) ทำลายหรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ได้รับในทันทีเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่การให้บริการ เมื่อมีการยกเลิกสัญญาฉบับนี้ หรือเมื่อมีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้ใช้บริการ

(จ) รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ที่บริษัทประมวลผลภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ ให้ได้ตามมาตรฐานในระดับที่เหมาะสม และแจ้งผู้ใช้บริการ ทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเปิดเผยที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องให้ความร่วมมือที่เกี่ยวข้องในการจัดการเหตุการณ์ดังกล่าว และ 

(ฉ) ให้ความช่วยเหลือตามสมควร เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด 

ข้อ 5 การรับประกันและชดเชย

ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขมีสิทธิ 

(1) บอกเลิกสัญญาฉบับนี้ได้ฝ่ายเดียว หากคู่สัญญาที่ละเมิดเงื่อนไขไม่สามารถแก้ไขเยียวยาการละเมิดดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมที่คู่สัญญาฝ่ายที่ไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขได้กำหนดไว้ และ/หรือ 

(2) กำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายที่ละเมิดเงื่อนไข ชดเชยความเสียหายไม่ว่าลักษณะใดที่เกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าวทั้งสิ้น ให้แก่ตนได้เต็มจำนวน

ข้อ 6 ข้อตกลงอื่น

5.1. สัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้นับแต่วันลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และมีผลบังคับใช้ตลอดไปตลอดระยะเวลาการให้บริการที่กำหนดไว้ภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ 

5.2. คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อาจโอนสิทธิ หน้าที่ ภาระผูกพัน หรือผลประโยชน์ทั้งหลาย ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนภายใต้สัญญาฉบับนี้ให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

5.3. สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับและการตีความของกฎหมายไทย และคู่สัญญาจะต้องยื่นคำร้องระงับข้อพิพาทต่อศาลไทยที่มีเขตอำนาจ